ระบบเตือนภัยและเฝ้าระวังน้ำเสียลุ่มน้ำท่าจีน      
 
 
คุณภาพน้ำล่าสุดแต่ละสถานี
 
หันคา(ชัยนาท) Critical 30 พ.ค. 57
เดิมบาง(สุพรรณบุรี) Critical 27 พ.ค. 58
เมืองสุพรรณ(สุพรรณบุรี) Critical 0 43
สองพี่น้อง(สุพรรณบุรี) Critical 27 ม.ค. 58
บางเลน(นครปฐม) Critical 27 พ.ค. 58
นครชัยศรี(นครปฐม) Warning 23 ก.พ. 58
กระทุ่มแบน(สมุทรสาคร) Warning 27 พ.ค. 58
 
 

กราฟแสดงคุณภาพน้ำจังหวัดสมุทรสาคร
   
 
Statistic
    ข้อมูลภาพรวม    
    pH   
    DO   
    EC   
 
สถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติลุ่มน้ำท่าจีน
มีนาคม
8 9 10 11 12 13 14
หันคา(ชัยนาท)
เดิมบาง(สุพรรณบุรี)
เมืองสุพรรณ(สุพรรณบุรี)
สองพี่น้อง(สุพรรณบุรี)
บางเลน(นครปฐม)
นครชัยศรี(นครปฐม)
กระทุ่มแบน(สมุทรสาคร)

 
 
มาตรการจังหวัดสมุทรสาคร
  มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำเสียของจังหวัดสมุทรสาคร

ปัญหาน้ำเสียในจังหวัดสมุทรสาครโดยรวม คุณภาพน้ำจัดอยู่ในเกณฑ์
เสื่อมโทรมมาก ไม่ได้มาตรฐานแหล่งน้ำผิวดินประเภทที่ 4 ที่กำหนดไว้ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้คุณภาพน้ำแม่น้ำท่าจีนช่วงที่ไหลผ่านจังหวัดสมุทรสาครไม่เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพน้ำที่กำหนด กรมควบคุมมลพิษ ได้ประเมินปริมาณมลพิษที่จะระบายลงสู่แม่น้ำท่าจีนในช่วงตอนล่างพบว่า มีปริมาณน้ำเสียเกิดขึ้นทั้งหมดประมาณ 682,483 ลบ.ม./วัน คิดเป็นปริมาณความสกปรกในรูป บีโอดีประมาณ 44,945 กก.บีโอดี/วัน โดยปริมาณความสกปรกที่เกิดขึ้นจะมาจากน้ำเสียจากอุตสาหกรรมมากที่สุด โดยมีสัดส่วนของปริมาณความสกปรกในรูปบีโอดี คิดเป็นร้อยละ 53 รองลงมาเป็นน้ำเสียจากชุมชน ซึ่งมีสัดส่วนของปริมาณความสกปรกในรูปบีโอดี คิดเป็นร้อยละ 39 ส่วนน้ำเสียจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด มีสัดส่วนของปริมาณความสกปรกในรูปบีโอดี คิดเป็นร้อยละ 7.8 ทั้งนี้น้ำเสียจากการเพาะปลูก และฟาร์มสุกรก่อให้เกิดปริมาณความสกปรกน้อยมาก
ดังนั้น แนวทางการแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของคุณภาพน้ำ มีเป้าหมายที่จะลดปริมาณความสกปรกจากการระบายน้ำเสียจากอุตสาหกรรม ชุมชน เป็นหลักโดยปริมาณความสกปรกในรูปบีโอดีที่เกิดขึ้นจากแหล่งกำเนิดทั้ง 2 แหล่ง คิดเป็นประมาณร้อยละ 92 ของปริมาณความสกปรกที่เกิดขึ้นทั้งหมดในลุ่มน้ำท่าจีนตอนล่างในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร
แนวทางการควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทโรงงานอุตสาหกรรม
ข้อมูลจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาครรายงานว่า บริเวณลุ่มน้ำท่าจีนตอนล่างในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร มีโรงงานอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดน้ำทิ้ง จำนวน 413 แห่ง มีปริมาณน้ำเสียเกิดขึ้น 127,480 ลบ.ม./วัน โดย โรงงานที่ก่อให้เกิดน้ำเสียส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองสมุทรสาคร มีจำนวน 262 แห่ง รองลงมาอยู่ในเขตอำเภอกระทุ่มแบน 145 แห่ง ส่วนอำเภอบ้านแพ้วมีจำนวน 6 แห่ง ซึ่งจังหวัดสมุทรสาครมีแนวทางในการลดปริมาณความสกปรกจากโรงงานอุตสาหกรรมดังนี้
1. ควบคุมให้โรงงานอุตสาหกรรมระบายน้ำทิ้งที่มีคุณภาพตามมาตรฐานน้ำทิ้งที่กำหนดอย่างเข้มงวด
2. ส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงงานอุตสาหกรรมใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดหรือพัฒนาไปสู่ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมสากล เช่น ISO 14000
3. ใช้มาตรการทางสังคมโดยการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการระบายน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม
4. ให้ความรู้และประชาสัมพันธ์ให้โรงงานมีการนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ตามแนวทางที่เหมาะสม

แนวทางการควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทชุมชน
พื้นที่จังหวัดสมุทรสาครมีชุมชนในระดับเทศบาลตำบล จำนวน 8 แห่ง ชุมชนระดับองค์การบริหารส่วนตำบล 26 แห่ง จากจำนวนประชากรทั้งจังหวัด คาดว่าจะมีปริมาณน้ำเสียเกิดขึ้นประมาณ 95,629 ลบ.ม./วัน ปัจจุบันมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพียง 2 แห่งเท่านั้นที่มีการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียขนาดเล็กในพื้นที่คือ เทศบาลตำบลบางปลา และองค์การบริหารส่วนตำบลคอกกระบือ ซึ่งจังหวัดสมุทรสาครมีแนวทางในการดำเนินงานการควบคุมการระบายน้ำเสียจากชุมชน ดังนี้
1. ผลักดันการก่อสร้างระบบรวบรวมและระบบบำบัดน้ำเสียในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองอ้อมน้อย
2. จัดสร้างระบบบำบัดน้ำเสียแบบรวมกลุ่ม (Cluster Treatment Plant) สำหรับชุมชนขนาดเล็ก หรือกลุ่มอาคารบ้านเรือนที่มีขนาดไม่ใหญ่ เพื่อลดการจัดสร้างระบบท่อรวบรวมน้ำเสีย โดยมีพื้นที่เป้าหมายที่ควรส่งเสริมการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียแบบรวมกลุ่มอาคาร (Cluster Wastewater Treatment) ในพื้นที่วิกฤตและคุณภาพน้ำเสื่อมโทรม พื้นที่วิกฤตและคุณภาพน้ำดี-พอใช้ พื้นที่แหล่งชุมชนหนาแน่นที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำในจังหวัดสมุทรสาคร
3. ควบคุมดูแลให้อาคารและที่ดินจัดสรรที่อยู่ในข่ายเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อม ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียและระบายน้ำทิ้งให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด
4. รณรงค์และประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนติดตั้งถังดักไขมันและระบบบำบัดน้ำเสียสำหรับบ้านเรือน (Household Treatment Plant) เพื่อลดปริมาณความสกปรกของน้ำเสียตั้งแต่ ต้นทาง รวมทั้ง เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำเสียจากทุกภาคส่วน

แนวทางการควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
จังหวัดสมุทรสาครมีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้งหมด 17,040 ไร่ มีปริมาณน้ำเสียเกิดขึ้นทั้งหมด 157,550 ลบ.ม./วัน คิดเป็นปริมาณความสกปรกในรูปบีโอดี 3,660 กก.บีโอดี/วัน ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะไม่มีการจัดการน้ำเสียหรือตะกอนเลนก่อนที่จะระบายออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งจังหวัดสมุทรสาครมีแนวทางในการควบคุมการระบายน้ำเสียจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ดังนี้
1. เสริมสร้างความรู้แก่ผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในเรื่องผลกระทบจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่อสิ่งแวดล้อม แนวทางที่ถูกต้องและเหมาะสมในการจัดการน้ำเสียจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
2. ควบคุมให้บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 10 ไร่ขึ้นไป ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียหรือตะกอนเลนก่อนระบายออกสู่สิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด

มาตรการเร่งด่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำเสียในจังหวัดสมุทรสาคร ปี 2553
1. “โครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำโดยการมีส่วนร่วม” (โครงการคลองสวย น้ำใสจังหวัดสมุทรสาคร) ได้รับสนับสนุนงบพัฒนาจังหวัดสมุทรสาคร ปี 2553 จำนวน 3 ล้านบาท มีพื้นที่เป้าหมายรวม 10 คลอง โดยมีเป้าหมาย 7 คลองเดิมดำเนินการต่อเนื่องจากปี 2552 คือ คลองสี่วาพาสวัสดิ์ คลองท่าเสา คลองแคราย คลองวัดนางสาว คลองลัดป้อม คลองอำแพง และคลองสุนัขหอน และเพิ่มพื้นที่เป้าหมายอีก 3 คลอง คือ คลองกระทุ่มแบน คลองหมื่นปรารมย์ และคลองสองห้อง โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย ซึ่งขอบเขตและกิจกรรมที่ดำเนินงานสรุปได้ดังนี้
1.1 การลดและแก้ไขปัญหาน้ำเสียที่แหล่งกำเนิด โดยการใช้ถังดักไขมันติดตั้งที่บ้านเรือน สถานที่สาธารณะ วัด และโรงเรียน ซึ่งถังดักไขมันจะช่วยลดไขมันได้ถึงร้อยละ 60
1.2 การสร้างเครือข่ายภาคประชาชนในการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาปัญหาน้ำเสียในพื้นที่ของตนเอง โดยมีอาสาสมัครสิ่งแวดล้อมจาก 22 ท้องถิ่น รวม 38 คน ทำหน้าที่เฝ้าระวังคุณภาพน้ำคลองเป้าหมายเดือนละ 2 ครั้ง ทุกวันที่ 1 และ 15 ของเดือน พร้อมเติม
จุลินทรีย์เมกะคลีนเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำ
1.3 การตรวจสอบคุณภาพน้ำโดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 5 เพื่อเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในคลองเป้าหมาย โดยมีการรายงานผลเป็นประจำต่อเนื่อง
1.4 การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ เช่น การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ แผ่นพับ เอกสารเผยแพร่ ป้ายประชาสัมพันธ์ริมคลอง รถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ รวมถึงการจัดกิจกรรมรณรงค์ในพื้นคลองเป้าหมายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
1.5 การปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณริมคลอง เช่น กำจัดวัชพืช เก็บขยะ ตัดต้นไม้กิ่งไม้จัดทำกระเช้าต้นไม้ริมคลอง การปลูกหรือตั้งกระถางต้นไม้ริมคลอง เป็นต้น สอดคล้องกับนโยบายผู้ว่าราชจังหวัดสมุทรสาคร ในการมอบหมายให้ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำจัดผักตบชวาให้หมดภายในเดือนกันยายน 2553 ซึ่งมีการประชุมเร่งรัดติดตามผลและมีการรายงานผลการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน
1.6 การจัดตั้งศูนย์แปรรูปไขมันต้นแบบ จำนวน 4 แห่ง ซึ่งเป็นการขยายผลใช้ประโยชน์ไขมันที่ได้ถังดักไขมันนำมาแปรรูปเป็นเทียนหอม สบู่ และได้ทำเทียนพรรษารักษ์สิ่งแวดล้อม 12 ต้น ถวายในช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษาที่ผ่านมา ศูนย์แปรรูป 4 แห่ง ได้แก่
- อำเภอเมือง ที่โรงเรียนวัดชีผ้าขาว ต.ท่าจีน
- อำเภอกระทุ่มแบน ที่บ้านท้องคุ้ง ต.ท่าเสา และ ที่ หมู่ 9 ตำบลคลองมะเดื่อ
- อำเภอบ้านแพ้ว ที่บ้านหมู่เพชร ต.หนองสองห้อง
1.7 การติดตามและประเมินโครงการฯ
- คณะกรรมการคลองสวย น้ำใส จังหวัดสมุทรสาคร มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร (นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์) เป็นประธาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 22 แห่งเป็นกรรมการ ผอ.สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร เป็นเลขานุการ ได้มีการประชุมติดตามผลการดำเนินงานเป็นประจำทุกเดือน
- คณะทำงานดำเนินงานโครงการคลองสวย น้ำใสจังหวัดสมุทรสาคร 4 ชุดย่อย
1. ชุดที่ 1 รับผิดชอบ คลองแคราย คลองวัดนางสาว คลองหมื่นปรารมภ์ มีอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร เป็นหัวหน้าคณะทำงาน
2. ชุดที่ 2 รับผิดชอบ คลองท่าเสา คลองลัดป้อม และคลองสองห้อง มีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เป็นหัวหน้าคณะทำงาน
3. ชุดที่ 3 รับผิดชอบ คลองกระทุ่มแบน คลองอำแพง และคลองสี่วาพาสวัสดิ์ มีผอ.สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร เป็นหัวหน้าคณะทำงาน
4. ชุดที่ 4 รับผิดชอบคลองสุนัขหอน มีโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสาคร เป็นหัวหน้าคณะทำงาน

1.8 กิจกรรมเพิ่มเติม
1. การสร้างส่วนร่วมจากผู้ประกอบการในการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย โดยได้เชิญ
ชวนให้เข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งจะมีการกำหนดรูปแบบการเข้าร่วมฯ เช่น การใช้ถังดักไขมัน การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสีย การประหยัดน้ำ การเข้าสู่ระบบ ISO 14000 เป็นต้น โดยได้เชิญโรงงาน/สถานประกอบการจำนวน 290 แห่ง ในคลองเป้าหมาย แต่ตอบรับมาเพียง 29 แห่ง เท่านั้น
2.“การประชุมสัมมนาผู้ประกอบการแกะล้างสัตว์น้ำ” ในพื้นที่อำเภอเมือง
สมุทรสาคร จำนวน 3 ครั้ง เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ สาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำเสียและกลิ่น และกระตุ้นจิตสำนึกและสร้างการมีส่วนร่วมจากผู้ประกอบการในการแก้ไขปัญหากลิ่นและน้ำเสีย ตลอดจนให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายแรงงาน การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบกิจการประมง(อ6) การขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และการแสดงนิทรรศการด้านสิ่งแวดล้อม
 
 
ความหมายแต่ละเกณฑ์การพิจารณา
  PH: ค่าความเป็นกรดด่าง
DO: ปริมาณออกซิเจนละลาย (mg/l)
EC: ค่าความนำไฟฟ้า (S/cm)

จากมาตรฐานคุณภาพน้ำ ประเภทที่ 5 เพื่อ"การคมนาคมเท่านั้น"
โดยประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง กำหนดประเภท ของแหล่งน้ำ ในแม่น้ำท่าจีน ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 111 ตอนพิเศษ 62 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2537
ข้อมูลอัตโนมัติจาก ระบบรายงานข้อมูลสถานนีตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม www.wqmonline.com
 
 
สนับสนุนการจัดทำระบบ โดย บริษัท แซฟไฟร์ รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลล็อปเม็นท์ จำกัด